Table of Contents

ทำไมเด็กถึงโกหก? เช็กสาเหตุน่ารู้และวิธีรับมืออย่างเข้าใจ

ทำไมเด็กถึงโกหก? เช็กสาเหตุน่ารู้และวิธีรับมืออย่างเข้าใจ

Table of Contents

Key Takeaway

  • ทำไมเด็กถึงพูดโกหก? เพราะยังแยกความจริงกับจินตนาการไม่ชัด กลัวถูกดุหรือถูกลงโทษ ต้องการหลีกเลี่ยงความผิด รวมถึงบางครั้งอยากได้รับความสนใจหรือได้ในสิ่งที่ตัวเองต้องการ
  • วิธีรับมือเมื่อเด็กมีพฤติกรรมโกหก ทำได้โดยพ่อแม่ควรพูดคุยด้วยความสงบ ไม่ใช้อารมณ์และไม่ตราหน้าเด็ก เปิดโอกาสให้ลูกพูดความจริงอย่างปลอดภัย อธิบายเหตุและผลของการโกหกให้เข้าใจตามวัย พร้อมเป็นแบบอย่างที่ดีในการพูดความจริง
  • พ่อแม่ควรพาลูกพบผู้เชี่ยวชาญหากโกหกซ้ำๆ วางแผนโกหกเป็นระบบ โกหกเพื่อใส่ร้ายหรือกลั่นแกล้งผู้อื่น หรือมีพฤติกรรมร่วม เช่น ก้าวร้าว ไม่รู้สึกผิด และลูกไม่ยอมรับความจริงแม้มีหลักฐาน

เมื่อเด็กเริ่มพูดไม่จริงหรือไม่ยอมรับความจริงในสิ่งที่ทำลงไป พ่อแม่หลายคนอาจรู้สึกกังวลว่านี่จะเป็นสัญญาณของปัญหาพฤติกรรมหรือไม่ แต่ในความเป็นจริงแล้ว การโกหกอาจเป็นส่วนหนึ่งของพัฒนาการตามช่วงวัยของลูกได้เช่นกัน บทความนี้จะพาพ่อแม่มาทำความเข้าใจว่าทำไมเด็กถึงโกหก และควรรับมืออย่างไร เพื่อช่วยให้ลูกเรียนรู้ความซื่อสัตย์อย่างเหมาะสมตามวัย

ทำไมเด็กถึงพูดโกหก เปิดสาเหตุของแต่ละวัย

ทำไมเด็กถึงพูดโกหก เปิดสาเหตุของแต่ละวัย

ช่วง 2 – 3 ปี

เด็กวัยเตาะแตะอาจแสดงพฤติกรรมโกหกได้จากหลายเหตุผล แต่ส่วนใหญ่ไม่ใช่เรื่องน่ากังวล จิตแพทย์เด็กอธิบายว่า เด็กวัยนี้ยังแยกไม่ออกระหว่างความจริง ความฝัน จินตนาการ และความปรารถนา จึงอาจพูดสิ่งที่ไม่ตรงกับความจริงโดยไม่ได้ตั้งใจโกหก พฤติกรรมโกหกในช่วงวัยนี้มักเกิดจากการเล่นกับจินตนาการ การหลีกเลี่ยงปัญหา หรือการพูดเพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการ และบางครั้งก็เป็นเพียงความหวังอยากให้สิ่งที่คิดกลายเป็นจริงเท่านั้น

ช่วง 4 – 5 ปี

ช่วงวัย 4-5 ปี เป็นวัยที่พัฒนาการด้านภาษาและความคิดก้าวหน้าอย่างมาก เด็กเริ่มเข้าใจเหตุผล และตระหนักว่าการกระทำบางอย่างมีผลตามมา พฤติกรรมโกหกในวัยนี้มักเกิดจาก ความกลัวการถูกดุหรือถูกลงโทษ จึงเลือกพูดไม่จริงเพื่อปกป้องตัวเอง

นอกจากนี้ ลูก 4 ขวบโกหก อาจเป็นเพราะยังแยกแยะความจริงกับจินตนาการได้ไม่สมบูรณ์ บางครั้งการโกหกจึงเป็นการแต่งเรื่องจากจินตนาการ หรือพูดตามสิ่งที่อยากให้เกิดขึ้น มากกว่าตั้งใจหลอกลวง พฤติกรรมโกหกจึงถือเป็นส่วนหนึ่งของพัฒนาการทางอารมณ์และการเรียนรู้ ไม่ใช่ปัญหาพฤติกรรมร้ายแรง หากพ่อแม่เข้าใจและสื่อสารอย่างเหมาะสม จะช่วยให้เด็กเรียนรู้เรื่องความซื่อสัตย์ได้ดีขึ้น

ช่วง 6 – 8 ปี

เมื่อเด็กอยู่ในช่วงประถมต้น พฤติกรรมโกหกมักเกิดจากการทดสอบขอบเขตของตัวเอง และหาคำตอบว่าอะไรทำได้หรือไม่ได้ ซึ่งกฎ ระเบียบ และความรับผิดชอบในวัยนี้อาจมากเกินไปสำหรับเด็ก และคำตอบว่าทำไมเด็กถึงโกหกในวัยนี้ เพราะต้องการหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบ เช่น ลูกโกหกว่าไม่มีการบ้าน ไม่อยากไปโรงเรียน หรือทำความผิดต่างๆ แม้เด็กจะเริ่มโกหกได้แนบเนียนขึ้น แต่พฤติกรรมยังสังเกตได้ไม่ยาก และถือเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้เรื่องกฎเกณฑ์และความรับผิดชอบในชีวิตประจำวัน

ช่วง 9 – 10 ปี

ช่วงอายุ 9-10 ปี เด็กเริ่มโกหกด้วยเหตุผลที่ซับซ้อนขึ้น ไม่ได้ทำไปเพราะความไร้เดียงสาเหมือนวัยเล็ก แต่เป็นการโกหกเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหา ปกป้องเพื่อน หรือปกปิดความรู้สึกเจ็บปวด เช่น ความเสียใจหรือการถูกปฏิเสธ เด็กวัยนี้เริ่มให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวและความสัมพันธ์มากขึ้น หากพ่อแม่แสดงอารมณ์รุนแรงหรือกดดันเกินไป เด็กอาจปิดใจและเลือกโกหกแทนการพูดความจริง

ช่วง 11 – 12 ปี

วัยรุ่นเป็นช่วงที่ร่างกายและอารมณ์เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ทำให้รู้สึกอ่อนไหวและไม่มั่นคงได้ง่าย ลูกไม่ยอมรับความจริงหรืออาจโกหกเพื่อให้เข้ากับสังคม สร้างภาพลักษณ์ว่ามั่นใจ ดู “เท่” หรือรู้สึกพิเศษกว่าคนอื่น รวมถึงหลีกเลี่ยงสถานการณ์อึดอัด ปกปิดความผิด หรือการฝ่าฝืนกฎของพ่อแม่จากแรงกดดันทางสังคม

ช่วง 13 – 17 ปี

ช่วงวัยรุ่นอายุ 13-17 ปี การโกหกมีความซับซ้อนและตั้งใจมากขึ้น วัยรุ่นอาจโกหกเพื่อหลีกเลี่ยงการพูดคุยในเรื่องที่อึดอัดหรือไม่อยากเผชิญหน้า บางครั้งเลือกปิดบังข้อมูลสำคัญไว้บางส่วนเพื่อปกป้องตัวเองและรักษาพื้นที่ส่วนตัว และในบางกรณีอาจวางแผนโกหกโดยเจตนาเพื่อหลีกเลี่ยงผลลัพธ์ ควบคุมสถานการณ์ หรือรักษาภาพลักษณ์ของตนเอง ซึ่งสะท้อนถึงความต้องการอิสระ ความไม่มั่นคงทางอารมณ์ และการค้นหาตัวตนในช่วงวัยนี้

สาเหตุอื่นๆ ที่ทำให้เด็กโกหก

  • บางคนโกหกเพราะต้องการความสนใจจากพ่อแม่หรือคนรอบตัว จึงสร้างเรื่องเล่าให้ดูพิเศษหรือเหนือกว่าความเป็นจริง
  • เด็กโกหกเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหา เช่น ไปทำสิ่งที่อันตรายมา หรือทำในสิ่งที่พ่อแม่สั่งห้ามไว้
  • โกหกเพราะรู้สึกว่ากฎที่พ่อแม่ตั้งไว้ไม่ยุติธรรม หรือเข้มงวดเกินไปสำหรับตนเอง
  • เด็กโกหกเพราะเชื่อว่าสิ่งที่ทำลงไป “ไม่อันตรายอะไร” จึงไม่จำเป็นต้องบอกความจริง
  • เด็กบางคนโกหกเพื่อปกป้องความรู้สึกของผู้อื่น ไม่อยากให้ใครเสียใจหรือรู้สึกไม่ดี

เทคนิครับมือเมื่อลูกพูดโกหก พ่อแม่ควรเริ่มอย่างไร

เทคนิครับมือเมื่อลูกพูดโกหก พ่อแม่ควรเริ่มอย่างไร

  • หากพ่อแม่หรือลูกยังอารมณ์ไม่ดี ควรรอให้อารมณ์สงบก่อนค่อยพูดคุย เพราะการคุยด้วยอารมณ์จะไม่ช่วยสอน แต่ทำให้ลูกกลัวและอาจโกหกมากขึ้น
  • พ่อแม่ควรคุยตามข้อเท็จจริงด้วยน้ำเสียงปกติ ไม่ใช้อารมณ์ อธิบายปัญหาและผลที่จะตามมาจากการโกหก พร้อมแสดงความเป็นห่วงลูก
  • เปิดโอกาสให้ลูกอธิบายเหตุผลของการโกหก เพื่อให้พ่อแม่เข้าใจและช่วยสอนวิธีแก้ปัญหาที่เหมาะสมกว่า เช่น การขอความช่วยเหลือแทนการปิดบัง
  • ทำให้ลูกรู้ว่าพ่อแม่ยอมรับว่าสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วผ่านไปได้ หากลูกพูดความจริงจะไม่ถูกดุ เพื่อให้ลูกรู้สึกปลอดภัยและกล้าเล่าความจริง
  • พ่อแม่ควรพูดคุยข้อตกลงและบทลงโทษหากมีการโกหกซ้ำ เช่น ลดเวลาเล่น หรือค่าขนม และต้องทำตามที่ตกลงไว้
  • หลีกเลี่ยงการสอนยืดยาว อธิบายเหตุและผลให้เห็นภาพจริงตามวัย ไม่ใช้การขู่หรือคำพูดรุนแรง
  • เลือกคุยในที่สงบ และมีเฉพาะพ่อแม่ที่เกี่ยวข้อง เพื่อไม่ให้ลูกรู้สึกอับอายหรือถูกประจาน
  • พ่อแม่ไม่ควรตราหน้าว่าลูกเป็น “เด็กขี้โกหก” แต่ควรแยกพฤติกรรมออกจากตัวตน และย้ำว่าลูกยังเป็นเด็กดีที่เรียนรู้และปรับตัวได้
  • หากลูกรู้สึกผิดหรือเสียใจ พ่อแม่ควรยอมรับอารมณ์นั้น และช่วยสอนวิธีแก้ปัญหาใหม่เพื่อไม่ให้เกิดซ้ำ
  • พ่อแม่ควรเป็นแบบอย่างที่ดีในการพูดความจริง เพราะลูกเรียนรู้จากการกระทำของพ่อแม่มากกว่าคำสอน

โกหกแบบไหนที่พ่อแม่ควรพาลูกพบผู้เชี่ยวชาญ

โกหกแบบไหนที่พ่อแม่ควรพาลูกพบผู้เชี่ยวชาญ

พ่อแม่ควรพาลูกไปพบผู้เชี่ยวชาญ หากลูกโกหกซ้ำๆ หรือรุนแรงจนกระทบชีวิตและความสัมพันธ์ เช่น โกหกเพื่อหวังผลประโยชน์ ใส่ร้ายหรือกลั่นแกล้งผู้อื่น วางแผนโกหกอย่างเป็นระบบ หรือไม่ยอมรับความจริงแม้มีหลักฐานชัดเจน รวมถึงมีอาการอื่นร่วมกับพฤติกรรมโกหกด้วย เช่น ก้าวร้าว ขาดความเห็นอกเห็นใจ หรือควบคุมอารมณ์ไม่ได้ 

เบื้องต้นลองใช้วิธีแก้ไขตามแนวทางของหมอประเสริฐ ด้วยการคุยอย่างสงบ ไม่ใช้อารมณ์ ไม่ตราหน้าลูก ให้แยกพฤติกรรมของลูกออกจากตัวตน และเปิดพื้นที่ให้ลูกพูดความจริง หากทำแล้วไม่ดีขึ้น ควรปรึกษานักจิตวิทยาเด็กหรือจิตแพทย์เด็กเพื่อดูแลอย่างเหมาะสมตั้งแต่เนิ่นๆ

สรุป

ทำไมเด็กถึงโกหก? เด็กโกหกได้จากหลายเหตุผล และไม่ได้หมายความว่าเป็นเด็กไม่ดีเสมอไป ในบางช่วงวัย เด็กยังแยกไม่ออกระหว่างความจริงกับจินตนาการ จึงพูดในสิ่งที่อยากให้เป็นจริง เมื่อโตขึ้น การโกหกมักเกิดจากความกลัวถูกดุ ถูกลงโทษ หรือไม่อยากทำให้พ่อแม่ผิดหวัง บางคนโกหกเพื่อทดสอบขอบเขตและกฎเกณฑ์ของผู้ใหญ่ หรือเพื่อให้ตัวเองได้รับการยอมรับจากเพื่อน 

การเข้าใจสาเหตุเบื้องหลังและสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้เด็กกล้าพูดความจริงจึงเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งสถาบันสอนภาษาอังกฤษอย่าง Speak Up ก็ให้ความสำคัญกับการเรียนรู้ควบคู่พัฒนาการทางอารมณ์ เตรียมความพร้อมก่อนเข้าเรียนอนุบาล และมีการเรียนการสอนที่เหมาะสมกับเด็กตั้งแต่อายุ 2.5-12 ปี เพื่อเสริมทั้งทักษะภาษา ความมั่นใจ และการสื่อสารอย่างตรงไปตรงมาในแบบของเด็กแต่ละคน

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับพฤติกรรมโกหก (FAQ)

เด็กโกหกถือว่าผิดปกติไหม?

โดยทั่วไปไม่ถือว่าผิดปกติ เพราะการโกหกเป็นส่วนหนึ่งของพัฒนาการเด็ก เด็กเล็กมักยังแยกความจริงกับจินตนาการไม่ชัด ส่วนเด็กโตอาจโกหกเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกดุหรือความรับผิดชอบ สิ่งที่พ่อแม่ควรสังเกตคือความถี่และความรุนแรงของพฤติกรรม หากโกหกหนักและกระทบผู้อื่นจึงควรให้ความสำคัญเป็นพิเศษ

ถ้าดุเด็กที่โกหก จะยิ่งทำให้โกหกมากขึ้นไหม?

การดุด้วยอารมณ์มีโอกาสทำให้เด็กโกหกมากขึ้น เพราะเด็กกลัวผลลัพธ์จากการพูดความจริง เด็กอาจเลือกปกปิดหรือโกหกให้แนบเนียนกว่าเดิมเพื่อไม่ให้ถูกลงโทษ นอกจากนี้ยังทำให้เด็กรู้สึกไม่ปลอดภัยและไม่กล้าเปิดใจ ส่งผลต่อความสัมพันธ์ในระยะยาว

วิธีสอนลูกไม่ให้โกหกทำอย่างไร?

เริ่มจากการพูดคุยด้วยความสงบ แยกพฤติกรรมโกหกออกจากตัวตนของลูก เปิดโอกาสให้ลูกพูดความจริงโดยไม่พูดหรือดุแรง พร้อมอธิบายเหตุและผลของการโกหกให้เข้าใจตามวัย พ่อแม่ควรเป็นตัวอย่างของการพูดความจริง และชื่นชมเมื่อลูกกล้ายอมรับความจริงเพื่อเสริมความมั่นใจ

Jiranan Suriwan

Jiranan Suriwan

Author