Table of Contents

รวมกริยา 3 ช่องภาษาอังกฤษ 200 คำสำหรับเด็ก ฝึกง่ายท่องได้ทุกวัน!

รวมกริยา 3 ช่องภาษาอังกฤษ 200 คำสำหรับเด็ก ฝึกง่ายท่องได้ทุกวัน!

Table of Contents

Key Takeaway

  • การเรียนกริยา 3 ช่องคือพื้นฐานสำคัญที่ช่วยให้เด็กๆ สื่อสารภาษาอังกฤษได้อย่างถูกต้องตามสถานการณ์ต่างๆ พัฒนาทักษะการฟัง พูด อ่าน เขียน ให้คล่องแคล่วและเป็นธรรมชาติมากขึ้น
  • กริยาสามช่อง (Verb Forms) คือการผันคำกริยาภาษาอังกฤษเพื่อให้สอดคล้องกับช่วงเวลา (Tense) และไวยากรณ์ในประโยค 
  • ตัวอย่างศัพท์กริยา 3 ช่อง เช่น Become (บีคัม) – Became (บีเคม) – Become (บีคัม) หมายถึงกลายเป็น / Go (โก) – Went (เวนท์) – Gone (กอน) แปลว่าไป
  • เทคนิคฝึกกริยา 3 ช่อง สามารถเริ่มจากใช้แฟลชการ์ด ท่องเป็นเพลง ทำประโยคภาษาอังกฤษสั้นๆ จัดกลุ่มตาม Pattern และเล่นเกม

หนึ่งในพื้นฐานการเรียนภาษาอังกฤษนอกจากการจำคำศัพท์ต่างๆ เพื่อให้เรียกสิ่งของต่าง และสื่อสารได้อย่างถูกต้องแล้ว การเรียนรู้กริยา 3 ช่องในภาษาอังกฤษก็เป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้กัน เพราะเป็นตัวช่วยให้น้องๆ หนูๆ สามารถเล่าเหตุการณ์ตามช่วงเวลาต่างๆ ได้ถูกต้อง บทความนี้ได้รวบรวมคำศัพท์กริยา 3 ช่องในภาษาอังกฤษแบบง่ายๆ พร้อมคำอ่านคำแปลทั้งหมด 200 คำที่ใช้บ่อยๆ ในชีวิตประจำวัน พร้อมวิธีจำสนุกๆ เด็กไม่เครียดมาฝากกัน!

ทำไมเด็กๆ ต้องรู้จักกริยา 3 ช่องในภาษาอังกฤษ

การเรียนกริยา 3 ช่องคือพื้นฐานสำคัญที่ช่วยให้เด็กๆ สื่อสารภาษาอังกฤษได้อย่างถูกต้องตามสถานการณ์ (Tense) ทั้งในรูปปัจจุบัน อดีต และเหตุการณ์ที่จบแล้ว ซึ่งจะช่วยพัฒนาทักษะการฟัง พูด อ่าน เขียน ให้คล่องแคล่วและเป็นธรรมชาติมากขึ้น การปูพื้นฐานเรื่องนี้ตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยสร้างความมั่นใจ ลดความกลัวในการคุยกับเจ้าของภาษา และเป็นประโยชน์อย่างมากต่อการสอบหรือการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน

ทำความรู้จักกับกริยา 3 ช่องคืออะไร

ทำความรู้จักกับกริยา 3 ช่องคืออะไร

กริยาสามช่อง (Verb Forms) คือการผันคำกริยาภาษาอังกฤษเพื่อให้สอดคล้องกับช่วงเวลา (Tense) และไวยากรณ์ในประโยค แบ่งออกเป็น 3 รูปแบบหลัก ดังนี้

  • ช่อง 1 (Infinitive/Base Form) ใช้กับเหตุการณ์ปัจจุบัน หรือเรื่องทั่วไป เช่น eat
  • ช่อง 2 (Past Simple) ใช้บอกเล่าเรื่องราวในอดีต เช่น ate
  • ช่อง 3 (Past Participle) ใช้กับเหตุการณ์ที่เสร็จสมบูรณ์ (Perfect Tense) หรือประโยคที่ถูกกระทำ (Passive Voice) เช่น eaten

ประเภทของคำกริยาในภาษาอังกฤษ มีอะไรบ้าง

  • Regular Verbs กริยาที่เปลี่ยนรูปในช่อง 2 และ 3 โดยเติม -ed หรือ -d ท้ายคำเดิม สูตรคือ V1 + ed ทำให้เดารูปได้ง่าย เช่น walk (เดิน), walked, walked 
  • Irregular Verbs กริยาที่เปลี่ยนรูปในช่อง 2 และ 3 แบบไม่เป็นกฎตายตัว ต้องท่องจำเพราะรูปไม่เหมือนกัน เช่น ไม่เติม ed เช่น go (ไป), went, gone

แนะนำลิสต์คำศัพท์กริยา 3 ช่อง 200 คำน่ารู้ ฝึกตามได้ง่ายๆ

ช่องที่ 1ช่องที่ 2ช่องที่ 3ความหมาย
Become (บีคัม)Became (บีเคม)Become (บีคัม)กลายเป็น
Begin (บีกิน)Began (บีแกน)Begun (บีกัน)เริ่มต้น​
Break (เบรค)Broke (โบรค)Broken (โบรเคิน)หัก แตก
Bring (บริง)Brought (บรอท)Brought (บรอท)นำมา
Build (บิลด์)Built (บิลท์)Built (บิลท์)สร้าง
Buy (บาย)Bought (บอท)Bought (บอท)ซื้อ
Catch (แคทช์)Caught (คอท)Caught (คอท)จับ
Choose (ชูส)Chose (โชส)Chosen (โชเซน)เลือก
Come (คัม)Came (เคม)Come (คัม)มา
Do (ดู)Did (ดิด)Done (ดัน)ทำ
Drink (ดริงค์)Drank (แดร้งค์)Drunk (ดรั้งค์)ดื่ม
Drive (ไดรฟ์)Drove (โดรว์)Driven (ไดรวิ้น)ขับ
Eat (อีท)Ate (เอท/เอท)Eaten (อีทเทน)กิน
Fall (ฟอล)Fell (เฟล)Fallen (ฟอลเลิน)ตก
Feel (ฟีล)Felt (เฟลท์)Felt (เฟลท์)รู้สึก
Find (ไฟนด์)Found (ฟาวนด์)Found (ฟาวนด์)หาเจอ
Fly (ไฟล์)Flew (ฟลู)Flown (โฟลน์)บิน
Get (เก็ท)Got (กอท)Gotten (กอททัน)ได้รับ
Give (กิฟ)Gave (เกฟ)Given (กิฟวิ้น)ให้
Go (โกว์)Went (เวนท์)Gone (กอน)ไป
Grow (โกรว์)Grew (กรู)Grown (โกรน)เติบโต
Have (แฮฟ)Had (แฮด)Had (แฮด)มี
Hear (เฮียร์)Heard (เฮิร์ด)Heard (เฮิร์ด)ได้ยิน
Keep (คีพ)Kept (เค็พท์)Kept (เค็พท์)เก็บไว้
Know (โนว์)Knew (นู)Known (โนวน์)รู้
Leave (ลีฟ)Left (เลฟท์)Left (เลฟท์)ออกไป
Lose (ลูส)Lost (ลอสท์)Lost (ลอสท์)สูญเสีย
Make (เมค)Made (เมด)Made (เมด)ทำ
Meet (มีท)Met (เม็ท)Met (เม็ท)พบ
Pay (เพย์)Paid (เพด)Paid (เพด)จ่าย
Read (รี้ด)Read (เรด)Read (เรด)อ่าน
Ride (ไรด์)Rode (โรด)Ridden (ริดเดิ้น)ขี่
Run (รัน)Ran (แรน)Run (รัน)วิ่ง
Say (เซย์)Said (เซด)Said (เซด)พูด
See (ซี)Saw (ซอว์)Seen (ซีน)เห็น
Sell (เซล)Sold (โซลด์)Sold (โซลด์)ขาย
Send (เซนด์)Sent (เซนท์)Sent (เซนท์)ส่ง
Sing (ซิง)Sang (แซง)Sung (ซัง)ร้องเพลง
Sit (ซิท)Sat (แซท)Sat (แซท)นั่ง
Sleep (สลีพ)Slept (สเล็พท์)Slept (สเล็พท์)นอน
Speak (สปีค)Spoke (สโปค)Spoken (สโปเคน)พูด
Spend (สเพนด์)Spent (สเพนท์)Spent (สเพนท์)ใช้จ่าย
Stand (สแตนด์)Stood (สตูด)Stood (สตูด)ยืน
Swim (สวิม)Swam (สแวม)Swum (สวัม)ว่ายน้ำ
Take (เทค)Took (ทุค)Taken (เทคคัน)เอา
Teach (ทีช)Taught (ทอท)Taught (ทอท)สอน
Tell (เทล)Told (โทลด์)Told (โทลด์)บอก
Think (ธิงค์)Thought (ธอท)Thought (ธอท)คิด
Wake (เวค)Woke (โวค)Woken (โวคเคิ้น)ตื่น
Wear (แวร์)Wore (วอร์)Worn (วอร์น)สวมใส่
Win (วิน)Won (วอน)Won (วอน)ชนะ
Write (ไรท์)Wrote (โรท)Written (ริทเทิ้น)เขียน

เทคนิคฝึกจำคำศัพท์กริยา 3 ช่อง ฝึกอย่างไรให้ได้ผล

เทคนิคฝึกจำคำศัพท์กริยา 3 ช่อง ฝึกอย่างไรให้ได้ผล

  • ใช้แฟลชการ์ด เขียนช่อง 1 ด้านหน้า ช่อง 2-3 และความหมายด้านหลัง ฝึกพลิกดูวันละ 20 คำ แบ่งกลุ่มละ 5 คำต่อวัน สลับกลับด้านเพื่อทดสอบตัวเอง
  • ท่องเป็นเพลงหรือกลอน จับคู่คำที่คล้ายกัน เช่น go-went-gone ร้องตามเพลงเด็ก หรือใช้แอปอย่าง Quizlet ที่มีเสียงและจังหวะช่วยจำ
  • ทำประโยคภาษาอังกฤษสั้นๆ ใช้กริยา 3 ช่อง แต่ละช่องในประโยค เช่น “I go to school. I went yesterday. I have gone today.” เขียน 3 ประโยคต่อคำ ฝึกวันละ 10 คำ
  • จัดกลุ่มตาม Pattern แบ่ง Irregular Verbs ที่เปลี่ยนคล้ายกัน เช่น eat-ate-eaten, meet-met-met ท่องเป็นชุด สร้างเรื่องราวเชื่อมโยง เช่น “I eat, I met friends, we met again”
  • เล่นเกมและทดสอบ ใช้แอป Duolingo หรือ Kahoot แข่งกับเพื่อน หรือให้พ่อแม่ถามสุ่มช่องต่างๆ ฝึกทุกวัน 15 นาที และทบทวนกริยาสามช่องภาษาอังกฤษสัปดาห์ละครั้ง

สรุป

การเรียนกริยา 3 ช่องเป็นพื้นฐานที่ช่วยให้เด็กๆ สื่อสารภาษาอังกฤษได้อย่างถูกต้องตามกาลเวลาต่างๆ ซึ่งช่วยพัฒนาทักษะการฟัง พูด อ่าน เขียน ให้คล่องแคล่วและสร้างความมั่นใจในการใช้งานจริง โดยคำกริยาแบ่งเป็นกลุ่มที่เติม -ed (Regular) และกลุ่ม Irregular สามารถฝึก เรียนรู้ด้วยเทคนิคช่วยจำที่สนุกสนาน เช่น การใช้แฟลชการ์ด การแต่งประโยคสั้นๆ นอกจากนี้ หากสนใจเรียนภาษาสนุกๆ และเป็นแบบมอนเตสซอรี่ Speak Up สถาบันสอนภาษาอังกฤษและภาษาจีน ที่จะช่วยเตรียมความพร้อมก่อนเข้าอนุบาลได้อย่างมั่นใจ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับกริยา 3 ช่องในภาษาอังกฤษ (FAQ)

มาดูคำถามที่พบบ่อยและคำตอบที่น่าสนใจเกี่ยวกับกริยา 3 ช่องในภาษาอังกฤษจะมีอะไรบ้าง

Irregular Verbs คืออะไร

Irregular Verbs คือกลุ่มคำกริยาที่มีการเปลี่ยนรูปในช่อง 2 และ 3 แตกต่างจากกริยาทั่วไป โดยจะไม่ใช้วิธีการเติม -ed แต่จะเปลี่ยนตัวสะกดไปเลย เปลี่ยนเพียงบางส่วน หรือคงรูปเดิมไว้ทั้งหมด

เด็กควรจำกริยา 3 ช่องแบบใดก่อน

เด็กควรเริ่มต้นจำกริยา 3 ช่องจากคำศัพท์ใกล้ตัวที่ใช้บ่อย โดยเริ่มจากกลุ่ม Regular Verbs ที่จดจำง่ายเพียงแค่เติม -ed ท้ายคำ จากนั้นจึงค่อยขยับไปเรียนรู้กลุ่ม Irregular Verbs ที่สำคัญ โดยใช้วิธีท่องเป็นชุด “ช่อง 1 – ช่อง 2 – ช่อง 3” พร้อมคำแปล เพื่อให้เข้าใจการเปลี่ยนรูปและนำไปใช้เล่าเหตุการณ์ตามช่วงเวลาต่างๆ ได้อย่างถูกต้อง

คำกริยา Eat / Go / See ทั้งสามช่องคืออะไร

Eat (กิน) 

  • ช่อง 1 Eat (อีท)
  • ช่อง 2 Ate (เอท) 
  • ช่อง 3 Eaten (อีทเทน) 

Go (ไป)

  • ช่อง 1 Go (โก) 
  • ช่อง 2 Went (เวนท์) 
  • ช่อง 3: Gone (กอน)

See (เห็น)

  • ช่อง 1 See (ซี)
  • ช่อง 2 Saw (ซอว์)
  • ช่อง 3 Seen (ซีน)

Jiranan Suriwan

Jiranan Suriwan

Author