Key Takeaway
- การเรียนกริยา 3 ช่องคือพื้นฐานสำคัญที่ช่วยให้เด็กๆ สื่อสารภาษาอังกฤษได้อย่างถูกต้องตามสถานการณ์ต่างๆ พัฒนาทักษะการฟัง พูด อ่าน เขียน ให้คล่องแคล่วและเป็นธรรมชาติมากขึ้น
- กริยาสามช่อง (Verb Forms) คือการผันคำกริยาภาษาอังกฤษเพื่อให้สอดคล้องกับช่วงเวลา (Tense) และไวยากรณ์ในประโยค
- ตัวอย่างศัพท์กริยา 3 ช่อง เช่น Become (บีคัม) – Became (บีเคม) – Become (บีคัม) หมายถึงกลายเป็น / Go (โก) – Went (เวนท์) – Gone (กอน) แปลว่าไป
- เทคนิคฝึกกริยา 3 ช่อง สามารถเริ่มจากใช้แฟลชการ์ด ท่องเป็นเพลง ทำประโยคภาษาอังกฤษสั้นๆ จัดกลุ่มตาม Pattern และเล่นเกม
หนึ่งในพื้นฐานการเรียนภาษาอังกฤษนอกจากการจำคำศัพท์ต่างๆ เพื่อให้เรียกสิ่งของต่าง และสื่อสารได้อย่างถูกต้องแล้ว การเรียนรู้กริยา 3 ช่องในภาษาอังกฤษก็เป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้กัน เพราะเป็นตัวช่วยให้น้องๆ หนูๆ สามารถเล่าเหตุการณ์ตามช่วงเวลาต่างๆ ได้ถูกต้อง บทความนี้ได้รวบรวมคำศัพท์กริยา 3 ช่องในภาษาอังกฤษแบบง่ายๆ พร้อมคำอ่านคำแปลทั้งหมด 200 คำที่ใช้บ่อยๆ ในชีวิตประจำวัน พร้อมวิธีจำสนุกๆ เด็กไม่เครียดมาฝากกัน!
ทำไมเด็กๆ ต้องรู้จักกริยา 3 ช่องในภาษาอังกฤษ
การเรียนกริยา 3 ช่องคือพื้นฐานสำคัญที่ช่วยให้เด็กๆ สื่อสารภาษาอังกฤษได้อย่างถูกต้องตามสถานการณ์ (Tense) ทั้งในรูปปัจจุบัน อดีต และเหตุการณ์ที่จบแล้ว ซึ่งจะช่วยพัฒนาทักษะการฟัง พูด อ่าน เขียน ให้คล่องแคล่วและเป็นธรรมชาติมากขึ้น การปูพื้นฐานเรื่องนี้ตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยสร้างความมั่นใจ ลดความกลัวในการคุยกับเจ้าของภาษา และเป็นประโยชน์อย่างมากต่อการสอบหรือการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน

ทำความรู้จักกับกริยา 3 ช่องคืออะไร
กริยาสามช่อง (Verb Forms) คือการผันคำกริยาภาษาอังกฤษเพื่อให้สอดคล้องกับช่วงเวลา (Tense) และไวยากรณ์ในประโยค แบ่งออกเป็น 3 รูปแบบหลัก ดังนี้
- ช่อง 1 (Infinitive/Base Form) ใช้กับเหตุการณ์ปัจจุบัน หรือเรื่องทั่วไป เช่น eat
- ช่อง 2 (Past Simple) ใช้บอกเล่าเรื่องราวในอดีต เช่น ate
- ช่อง 3 (Past Participle) ใช้กับเหตุการณ์ที่เสร็จสมบูรณ์ (Perfect Tense) หรือประโยคที่ถูกกระทำ (Passive Voice) เช่น eaten
ประเภทของคำกริยาในภาษาอังกฤษ มีอะไรบ้าง
- Regular Verbs กริยาที่เปลี่ยนรูปในช่อง 2 และ 3 โดยเติม -ed หรือ -d ท้ายคำเดิม สูตรคือ V1 + ed ทำให้เดารูปได้ง่าย เช่น walk (เดิน), walked, walked
- Irregular Verbs กริยาที่เปลี่ยนรูปในช่อง 2 และ 3 แบบไม่เป็นกฎตายตัว ต้องท่องจำเพราะรูปไม่เหมือนกัน เช่น ไม่เติม ed เช่น go (ไป), went, gone
แนะนำลิสต์คำศัพท์กริยา 3 ช่อง 200 คำน่ารู้ ฝึกตามได้ง่ายๆ
| ช่องที่ 1 | ช่องที่ 2 | ช่องที่ 3 | ความหมาย |
| Become (บีคัม) | Became (บีเคม) | Become (บีคัม) | กลายเป็น |
| Begin (บีกิน) | Began (บีแกน) | Begun (บีกัน) | เริ่มต้น |
| Break (เบรค) | Broke (โบรค) | Broken (โบรเคิน) | หัก แตก |
| Bring (บริง) | Brought (บรอท) | Brought (บรอท) | นำมา |
| Build (บิลด์) | Built (บิลท์) | Built (บิลท์) | สร้าง |
| Buy (บาย) | Bought (บอท) | Bought (บอท) | ซื้อ |
| Catch (แคทช์) | Caught (คอท) | Caught (คอท) | จับ |
| Choose (ชูส) | Chose (โชส) | Chosen (โชเซน) | เลือก |
| Come (คัม) | Came (เคม) | Come (คัม) | มา |
| Do (ดู) | Did (ดิด) | Done (ดัน) | ทำ |
| Drink (ดริงค์) | Drank (แดร้งค์) | Drunk (ดรั้งค์) | ดื่ม |
| Drive (ไดรฟ์) | Drove (โดรว์) | Driven (ไดรวิ้น) | ขับ |
| Eat (อีท) | Ate (เอท/เอท) | Eaten (อีทเทน) | กิน |
| Fall (ฟอล) | Fell (เฟล) | Fallen (ฟอลเลิน) | ตก |
| Feel (ฟีล) | Felt (เฟลท์) | Felt (เฟลท์) | รู้สึก |
| Find (ไฟนด์) | Found (ฟาวนด์) | Found (ฟาวนด์) | หาเจอ |
| Fly (ไฟล์) | Flew (ฟลู) | Flown (โฟลน์) | บิน |
| Get (เก็ท) | Got (กอท) | Gotten (กอททัน) | ได้รับ |
| Give (กิฟ) | Gave (เกฟ) | Given (กิฟวิ้น) | ให้ |
| Go (โกว์) | Went (เวนท์) | Gone (กอน) | ไป |
| Grow (โกรว์) | Grew (กรู) | Grown (โกรน) | เติบโต |
| Have (แฮฟ) | Had (แฮด) | Had (แฮด) | มี |
| Hear (เฮียร์) | Heard (เฮิร์ด) | Heard (เฮิร์ด) | ได้ยิน |
| Keep (คีพ) | Kept (เค็พท์) | Kept (เค็พท์) | เก็บไว้ |
| Know (โนว์) | Knew (นู) | Known (โนวน์) | รู้ |
| Leave (ลีฟ) | Left (เลฟท์) | Left (เลฟท์) | ออกไป |
| Lose (ลูส) | Lost (ลอสท์) | Lost (ลอสท์) | สูญเสีย |
| Make (เมค) | Made (เมด) | Made (เมด) | ทำ |
| Meet (มีท) | Met (เม็ท) | Met (เม็ท) | พบ |
| Pay (เพย์) | Paid (เพด) | Paid (เพด) | จ่าย |
| Read (รี้ด) | Read (เรด) | Read (เรด) | อ่าน |
| Ride (ไรด์) | Rode (โรด) | Ridden (ริดเดิ้น) | ขี่ |
| Run (รัน) | Ran (แรน) | Run (รัน) | วิ่ง |
| Say (เซย์) | Said (เซด) | Said (เซด) | พูด |
| See (ซี) | Saw (ซอว์) | Seen (ซีน) | เห็น |
| Sell (เซล) | Sold (โซลด์) | Sold (โซลด์) | ขาย |
| Send (เซนด์) | Sent (เซนท์) | Sent (เซนท์) | ส่ง |
| Sing (ซิง) | Sang (แซง) | Sung (ซัง) | ร้องเพลง |
| Sit (ซิท) | Sat (แซท) | Sat (แซท) | นั่ง |
| Sleep (สลีพ) | Slept (สเล็พท์) | Slept (สเล็พท์) | นอน |
| Speak (สปีค) | Spoke (สโปค) | Spoken (สโปเคน) | พูด |
| Spend (สเพนด์) | Spent (สเพนท์) | Spent (สเพนท์) | ใช้จ่าย |
| Stand (สแตนด์) | Stood (สตูด) | Stood (สตูด) | ยืน |
| Swim (สวิม) | Swam (สแวม) | Swum (สวัม) | ว่ายน้ำ |
| Take (เทค) | Took (ทุค) | Taken (เทคคัน) | เอา |
| Teach (ทีช) | Taught (ทอท) | Taught (ทอท) | สอน |
| Tell (เทล) | Told (โทลด์) | Told (โทลด์) | บอก |
| Think (ธิงค์) | Thought (ธอท) | Thought (ธอท) | คิด |
| Wake (เวค) | Woke (โวค) | Woken (โวคเคิ้น) | ตื่น |
| Wear (แวร์) | Wore (วอร์) | Worn (วอร์น) | สวมใส่ |
| Win (วิน) | Won (วอน) | Won (วอน) | ชนะ |
| Write (ไรท์) | Wrote (โรท) | Written (ริทเทิ้น) | เขียน |

เทคนิคฝึกจำคำศัพท์กริยา 3 ช่อง ฝึกอย่างไรให้ได้ผล
- ใช้แฟลชการ์ด เขียนช่อง 1 ด้านหน้า ช่อง 2-3 และความหมายด้านหลัง ฝึกพลิกดูวันละ 20 คำ แบ่งกลุ่มละ 5 คำต่อวัน สลับกลับด้านเพื่อทดสอบตัวเอง
- ท่องเป็นเพลงหรือกลอน จับคู่คำที่คล้ายกัน เช่น go-went-gone ร้องตามเพลงเด็ก หรือใช้แอปอย่าง Quizlet ที่มีเสียงและจังหวะช่วยจำ
- ทำประโยคภาษาอังกฤษสั้นๆ ใช้กริยา 3 ช่อง แต่ละช่องในประโยค เช่น “I go to school. I went yesterday. I have gone today.” เขียน 3 ประโยคต่อคำ ฝึกวันละ 10 คำ
- จัดกลุ่มตาม Pattern แบ่ง Irregular Verbs ที่เปลี่ยนคล้ายกัน เช่น eat-ate-eaten, meet-met-met ท่องเป็นชุด สร้างเรื่องราวเชื่อมโยง เช่น “I eat, I met friends, we met again”
- เล่นเกมและทดสอบ ใช้แอป Duolingo หรือ Kahoot แข่งกับเพื่อน หรือให้พ่อแม่ถามสุ่มช่องต่างๆ ฝึกทุกวัน 15 นาที และทบทวนกริยาสามช่องภาษาอังกฤษสัปดาห์ละครั้ง
สรุป
การเรียนกริยา 3 ช่องเป็นพื้นฐานที่ช่วยให้เด็กๆ สื่อสารภาษาอังกฤษได้อย่างถูกต้องตามกาลเวลาต่างๆ ซึ่งช่วยพัฒนาทักษะการฟัง พูด อ่าน เขียน ให้คล่องแคล่วและสร้างความมั่นใจในการใช้งานจริง โดยคำกริยาแบ่งเป็นกลุ่มที่เติม -ed (Regular) และกลุ่ม Irregular สามารถฝึก เรียนรู้ด้วยเทคนิคช่วยจำที่สนุกสนาน เช่น การใช้แฟลชการ์ด การแต่งประโยคสั้นๆ นอกจากนี้ หากสนใจเรียนภาษาสนุกๆ และเป็นแบบมอนเตสซอรี่ Speak Up สถาบันสอนภาษาอังกฤษและภาษาจีน ที่จะช่วยเตรียมความพร้อมก่อนเข้าอนุบาลได้อย่างมั่นใจ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับกริยา 3 ช่องในภาษาอังกฤษ (FAQ)
มาดูคำถามที่พบบ่อยและคำตอบที่น่าสนใจเกี่ยวกับกริยา 3 ช่องในภาษาอังกฤษจะมีอะไรบ้าง
Irregular Verbs คืออะไร
Irregular Verbs คือกลุ่มคำกริยาที่มีการเปลี่ยนรูปในช่อง 2 และ 3 แตกต่างจากกริยาทั่วไป โดยจะไม่ใช้วิธีการเติม -ed แต่จะเปลี่ยนตัวสะกดไปเลย เปลี่ยนเพียงบางส่วน หรือคงรูปเดิมไว้ทั้งหมด
เด็กควรจำกริยา 3 ช่องแบบใดก่อน
เด็กควรเริ่มต้นจำกริยา 3 ช่องจากคำศัพท์ใกล้ตัวที่ใช้บ่อย โดยเริ่มจากกลุ่ม Regular Verbs ที่จดจำง่ายเพียงแค่เติม -ed ท้ายคำ จากนั้นจึงค่อยขยับไปเรียนรู้กลุ่ม Irregular Verbs ที่สำคัญ โดยใช้วิธีท่องเป็นชุด “ช่อง 1 – ช่อง 2 – ช่อง 3” พร้อมคำแปล เพื่อให้เข้าใจการเปลี่ยนรูปและนำไปใช้เล่าเหตุการณ์ตามช่วงเวลาต่างๆ ได้อย่างถูกต้อง
คำกริยา Eat / Go / See ทั้งสามช่องคืออะไร
Eat (กิน)
- ช่อง 1 Eat (อีท)
- ช่อง 2 Ate (เอท)
- ช่อง 3 Eaten (อีทเทน)
Go (ไป)
- ช่อง 1 Go (โก)
- ช่อง 2 Went (เวนท์)
- ช่อง 3: Gone (กอน)
See (เห็น)
- ช่อง 1 See (ซี)
- ช่อง 2 Saw (ซอว์)
- ช่อง 3 Seen (ซีน)



