Key Takeaway
- พินอินคือระบบถอดเสียงภาษาจีนกลางด้วยตัวอักษรโรมัน ประกอบด้วยพยัญชนะต้น สระ และวรรณยุกต์ ใช้เพื่อช่วยอ่าน ออกเสียง และพิมพ์ภาษาจีน
- เสียงวรรณยุกต์พินอิน มี 4 เสียงหลัก และเสียงเบา 1 เสียง แต่ละเสียงทำให้ความหมายของคำเปลี่ยน ต้องออกเสียงระดับสูง-ต่ำให้ชัดเจน
- เคล็ดลับในการเรียนพินอินจีนให้ได้ผลดี เริ่มจากเสียงพื้นฐานแล้วค่อยผสมเป็นคำ ฟังเจ้าของภาษาและพูดตามสม่ำเสมอ ใช้เกมหรือกิจกรรมสนุกๆ ช่วยให้จดจำได้ดีขึ้น
สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่อยากให้เจ้าตัวเล็กเริ่มพูดภาษาจีนกลาง หรือจีนแมนดาริน ได้กันตั้งแต่เด็กๆ แต่รู้สึกว่า ตัวอักษรจีนนั้นดูยาก หรือมีหลายตัวที่เสียงที่คล้ายคลึงกัน การเริ่มทำความรู้กับพินอินภาษาจีนก่อนจะช่วยให้การฝึกอ่านภาษาจีนกลางนั้นง่ายยิ่งขึ้นบทความนี้ จะพาไปทำความรู้จักว่าพินอินภาษาจีนคืออะไร พินอินพยัญชนะ และสระภาษาจีนมีอะไรบ้าง รวมถึง ตารางพินอินภาษาจีนแบบพื้นฐานให้ได้ทำความรู้จักกัน

พินอิน (Pinyin) คืออะไร ทำไมพ่อแม่ควรให้ลูกเริ่มเรียน
พินอิน (拼音 – Pinyin) หรือ ฮั่นอวี่พินอิน (汉语拼音 – Hanyu Pinyin) คือ ระบบการเทียบเสียงภาษาจีน ด้วยการใช้ตัวอักษรภาษาอังกฤษแทน โดยภาษาจีนสำเนียงที่ใช้เป็นมาตรฐานจะเป็นภาษาจีนกลาง หรือที่เรียกว่า “จีนแมนดาริน” ซึ่งพินอินจีน จะประกอบด้วย 3 ส่วนที่ใช้ในการออกเสียง ได้แก่
- พินอินพยัญชนะ จำนวน 23 เสียง
- พินอินสระ แบ่งเป็นสระเดี่ยวจำนวน 6 เสียง และสระประสมจำนวน 30 เสียง
- พินอินวรรณยุกต์ จำนวน 4 เสียง
ความสำคัญของพินอีนจีนต่อพัฒนาการทางภาษาลูก
เนื่องจากภาษาจีนถือเป็นหนึ่งในภาษาที่มีความเก่าแก่มากที่สุดในโลก ทำให้ตัวอักษรจีนยังใช้ระบบตัวอักษรภาพ (Pictogram) หรือตัวอักษร 1 ตัวแทน 1 คำ ซึ่งจะแตกต่างจากภาษาส่วนใหญ่ในปัจจุบัน เช่น ภาษาไทย หรือภาษาอังกฤษ ที่จะใช้ระบบตัวอักษรแทนเสียงพยัญชนะ และสระ ก่อนนำมาประกอบเป็นคำที่มีความหมาย
พินอินภาษาจีนมีความสำคัญทั้งกับเจ้าของภาษาและผู้ที่เรียนรู้ภาษาจีน ในแง่มุมต่างๆ ดังนี้
- การออกเสียง เนื่องจากภาษาจีนเป็นอีกภาษาที่มีเสียงวรรณยุกต์ กล่าวคือ คำที่มีเสียงพยัญชนะและเสียงสระเดียวกัน แต่เสียงวรรณยุกต์ต่างกัน ก็จะมีความหมายต่างกัน เช่น 马 (mǎ – ม่า) แปลว่า ม้า กับคำว่า 妈 (mā – มา) แปลว่า แม่ เป็นต้น พินอินจึงช่วยให้สามารถอ่านออกเสียงคำในภาษาจีนได้อย่างถูกต้อง
- การค้นหาข้อมูลด้วยการพิมพ์ เนื่องจากบนแป้นคีย์บอร์ดจะใช้ระบบตัวอักษร เช่น ตัวอักษรภาษาอังกฤษ การเข้าใจพินอินจะช่วยให้ผู้ใช้ภาษาจีน สามารถพิมพ์พินอิน และค้นหาคำที่ต้องการได้ แทนที่จะต้องเขียนขีดภาษาจีนทีละตัว นอกจากจะช่วยเรื่องความสะดวกแล้ว ยังช่วยลดโอกาสผิดพลาดในการเขียนตัวอักษรจีนผิดอีกด้วย เพราะการเขียนผิดแค่ขีดเดียว ความหมายก็สามารถเปลี่ยนได้

เสียงพยัญชนะพินอินจีน
เสียงพยัญชนะพินอินในภาษาจีน จะประกอบไปด้วยเสียงจำนวน 23 เสียง โดยหากเทียบเคียงกับการออกเสียงภาษาไทย จะมีวิธีการอ่าน และท่องจำง่ายๆ ดังนี้
- b ปอ เช่น 爸 (bà) อ่านว่า ป้า – พ่อ
- p พอ เช่น 爬 (pá) อ่านว่า ผา – ปีน / ไต่
- m มอ เช่น 马 (mǎ) อ่านว่า หม่า – ม้า
- f ฟอ / ฝอ เช่น 发 (fà) อ่านว่า ฟ่า – เส้นผม
- d เตอ เช่น 大 (dà) อ่านว่า ต้า – ใหญ่
- t เทอ / เถอ เช่น 他 (tā) อ่านว่า ทา – เขา (ผู้ชาย)
- n เนอ เช่น 拿 (ná) อ่านว่า หนา – หยิบ / จับ / ถือ
- l เลอ เช่น 辣 (là) อ่านว่า ล่า – เผ็ด
- g เกอ เช่น 哥 (gē) อ่านว่า เกอ – พี่ชาย
- k เคอ / เขอ เช่น 课 (kè) อ่านว่า เค่อ – บทเรียน / คาบเรียน
- h เฮอ / เหอ เช่น 喝 (hē) อ่านว่า เฮอ – ดื่ม
- j จี เช่น 鸡 (jī) อ่านว่า จี – ไก่
- q ชี / ฉี เช่น 七 (qī) อ่านว่า ชี – เจ็ด
- x ซี / สี เช่น 西 (xī) อ่านว่า ซี – ตะวันตก
- z จือ เช่น 字 (zì) อ่านว่า จื้อ – อักษร
- c ชือ / ฉือ เช่น 词 (cí) อ่านว่า ฉือ – คำ
- s ซือ / สือ เช่น 四 (sì) อ่านว่า ซื่อ – สี่
- zh จรือ เช่น 只 (zhǐ) อ่านว่า จื่อ – แค่
- ch ชรือ / ฉรือ เช่น 吃 (chī) อ่านว่า ชือ – กิน
- sh ซรือ / สรือ เช่น เช่น 事 (shì) อ่านว่า ซื่อ – เรื่อง
- r ยรือ เช่น 日 (rì) อ่านว่า รื่อ – วัน
- y ย เมื่ออยู่หน้า a, e / อ เมื่ออยู่หน้า i, ü เช่น 牙 (yá) อ่านว่า หยา – ฟัน / 叶 (yè) อ่านว่า เย่ – ใบไม้ / 一 (yī) อ่านว่า อี – หนึ่ง / 鱼 (yú) อ่านว่า อวี๋ – ปลา
- w ว เมื่ออยู่หน้า a, o / อ เมื่ออยู่หน้า u เช่น 挖 (wā) อ่านว่า วา – ขุด / 窝 (wō) อ่านว่า วอ – รัง / 五 (wǔ) อ่านว่า อู่ – ห้า
เทคนิคเพิ่มเติมในการออกเสียง
- พยัญชนะที่จะเกิดบริเวณริมฝีปาก คือ b p m f
- พยัญชนะที่ใช้ปลายลิ้นแตะเพดานแข็ง คือ d t n l
- พยัญชนะที่ทำให้ช่วงลำคอสั่น คือ g k h
- พยัญชนะที่ปล่อยเสียง คือ j q x y
- พยัญชนะที่ปลายลิ้นแตะหลังปลายฟันล่าง โดยออกเป็นเสียงสั้น คือ z c s
- พยัญชนะที่ต้องพับลิ้น หรือปลายลิ้นแตะเพดานอ่อน โดยออกเสียงยาว คือ zh ch sh r
- พยัญชนะที่ต้องห่อปาก คล้ายเป่าลม คือ w
เสียงสระพินอินจีน
เสียงสระพินอินจีนในภาษาจีน แบ่งเป็นสระเดี่ยว 6 เสียง และสระประสม 30 เสียง หากเทียบกับการออกเสียงสระภาษาไทยจะมีวิธีการอ่าน ดังนี้
สระเดี่ยว
- a อา เช่น 茶 (chá) อ่านว่า ฉา – ชา
- o
- ออ เช่น 我 (wǒ) อ่านว่า หว่อ – ฉัน
- โอ เช่น 波 (bō) อ่านว่า โป – คลื่น
- e
- เออ เช่น 渴 (kě) อ่านว่า เข่อ – กระหายน้ำ
- เอ เมื่ออยู่หลัง y เช่น 夜 (yè) อ่านว่า เย่ – กลางคืน
- i
- อี เมื่อไม่มีเสียงพยัญชนะในตำแหน่งตัวสะกด และเสียงพยัญชนะต้นไม่ใช่ z c s zh ch sh และ r เช่น 笔 (bǐ) อ่านว่า ปี่ – ปากกา
- อิ เมื่อมีเสียงพยัญชนะในตำแหน่งตัวสะกด และเสียงพยัญชนะต้นไม่ใช่ z c s zh ch sh และ r เช่น 您 (nín) อ่านว่า หนิน – ท่าน
- อือ เมื่อเสียงพยัญชนะต้นเป็น z c s zh ch sh และ r เช่น 纸 (zhǐ) อ่านว่า จื่อ – กระดาษ
- u อู เช่น 路 (lù) อ่านว่า ลู่ – ถนน
- ü อูวี (การออกเสียงอู ด้วยการห่อปาก) เช่น 女 (nǚ) อ่านว่า หนี่ว์ – ผู้หญิง
- er เออรฺ (ออกคล้ายเสียง “เออ” ในภาษาไทย แต่ปลายลิ้นม้วนขึ้นและแตะเพดานแข็ง) เช่น 二 (èr) อ่านว่า เอ้อร์ – สอง
สระประสม
- ai ไอ เช่น 百 (bǎi) อ่านว่า ไป๋ – ร้อย
- ao เอา เช่น 老 (lǎo) อ่านว่า เหล่า – แก่
- an
- อัน เช่น 半 (bàn) อ่านว่า ปั้น – ครึ่ง
- อาน เช่น 三 (sān) อ่านว่า ซาน – สาม
- ang
- อัง เช่น 汤 (tāng) อ่านว่า ทาง – น้ำแกง
- อาง เช่น 长 (cháng) อ่านว่า ฉาง – ยาว
- ong อง เช่น 龙 (lóng) อ่านว่า หลง – มังกร
- ou โอว เช่น 走 (zǒu) อ่านว่า โจ่ว – เดิน
- ei เอย์ เช่น 飞 (fēi) อ่านว่า เฟย – บิน
- en เอิน เช่น 盆 (pén) อ่านว่า เผิน – กระถาง
- eng เอิง เช่น 城 (chéng) อ่านว่า เฉิง – เมือง
- ia เอีย เช่น 下 (xià) อ่านว่า เซี่ย – ลง
- iao เอียว เช่น 桥 (qiáo) อ่านว่า เฉียว – สะพาน
- ie อีเย (ออกไวๆ ให้เป็นเสียงเดียว) เช่น 鞋 (xié) อ่านว่า เสีย – รองเท้า
- iu ยิว เช่น 球 (qiú) อ่านว่า ฉิว – ลูกบอล
- ian เอียน เช่น 先 (xiān) อ่านว่า เซียน – ก่อน
- iang เอียง เช่น 枪 (qiāng) อ่านว่า เชียง – ปืน
- in อิน เช่น 心 (xīn) อ่านว่า ซิน – ใจ
- ing อิง เช่น 请 (qǐng) อ่านว่า ฉิ่ง – เชิญ
- iong อีอง (ออกไวๆ ให้เป็นเสียงเดียว) เช่น 兄 (xiōng) อ่านว่า ซยง – พี่ชาย
- ua วา เช่น 花 (huā) อ่านว่า ฮวา – ดอกไม้
- uo อัว เช่น 说 (shuō) อ่านว่า ชัว – พูด
- ui อุย เช่น 贵 (guì) อ่านว่า กุ้ย – แพง
- uai ไอว เช่น 快 (kuài) อ่านว่า ไคว่ – เร็ว
- uan อวน เช่น 船 (chuán) อ่านว่า ฉวน – เรือ
- un อุน เช่น 轮 (lún) อ่านว่า หลุน – ล้อ
- uang อวง เช่น 黃 (huáng) อ่านว่า หวง – สีเหลือง
- ueng เวิง เช่น 翁 (wēng) อ่านว่า เวิง – ชายชรา
- üe เยว เช่น 月 (yuè) อ่านว่า เยว่ – พระจันทร์
- üan เอวียน (ออกไวๆ ให้เป็นเสียงเดียว) เช่น 犬 (quǎn) อ่านว่า ฉวน – สุนัข
- ün อวิน (ออกไวๆ ให้เป็นเสียงเดียว) เช่น 群 (qún) อ่านว่า ฉวิน – ฝูง
เสียงวรรณยุกต์พินอินจีน
เสียงวรรณยุกต์พินอินจีน แบ่งออกเป็น 4 เสียง แต่มีเสียงพิเศษที่เรียกว่า “เสียงเบา” อยู่ด้วย หากเทียบเคียงกับการออกเสียงภาษาไทย จะมีวิธีการอ่าน ดังนี้
- เสียงหนึ่ง จะเท่ากับเสียงสามัญในภาษาไทย
- เสียงสอง จะเท่ากับเสียงจัตวาในภาษาไทย
- เสียงสาม จะเท่ากับเสียงเอกในภาษาไทย
- เสียงสี่ จะเท่ากับเสียงโทในภาษาไทย
- เสียงเบา หรือเป็นพยัญชนะที่ไม่มีเสียงวรรณยุกต์ การออกเสียงจะคล้ายกับเสียงหนึ่ง แต่ออกเพียงครึ่งเสียง หรือสั้นกว่า
ทั้งนี้ ในการวางเสียงวรรณยุกต์จะวางไว้บนสระตัวแรก เช่น 猫(māo-มาว)แมว
ตารางพินอินจีน ฝึกลูกออกเสียงและอ่านภาษาจีนให้ถูกต้อง
| พยัญชนะทั่วไป | b, p, m, f | d, t, n, l | g, k, h | j, x, z | z, c, s | zh, ch, sh, r | ||
| พยัญชนะพิเศษ | y | w | ||||||
| สระเดี่ยว | a | o | e | i | u | ü | ||
| สระผสม | ai | ao | an | ang | ong | ou | ei | en |
| eng | er | ia | iao | ie | iu | ian | iang | |
| in | ing | iong | ua | uo | ui | üe | ün | |
| วรรณยุกต์ | ˉ (เสียง 1) | ˊ (เสียง 2) | ˇ (เสียง 3) | ˋ (เสียง 4) |

เคล็ดลับเรียนพินอินจีนให้เข้าใจง่ายและได้ผลเร็ว
- จำความแตกต่างระหว่างพินอินและภาษาอังกฤษ แม้หน้าตาของตัวอักษรพินอินจะใกล้เคียงกับภาษาอังกฤษมาก แต่ก็มีการออกเสียงที่แตกต่างกัน นอกจากนี้ พินอินยังมีกฎเกณฑ์ในการอ่านและการประสมคำที่แตกต่างจากภาษาอังกฤษอีกด้วย
- ใช้ตัวช่วยฝึกพินอินภาษาจีน ในปัจจุบันมีเครื่องมือที่จะช่วยในการเรียนรู้เกี่ยวกับพินอินมากมาย เช่น Google Input Tools หรือตารางพินอินจีนกลาง
- ฝึกใช้เป็นประจำ การฝึกใช้ภาษาที่กำลังเรียนอยู่เป็นประจำ จะช่วยเพิ่มความคุ้นเคยกับภาษานั้น ทำให้สามารถใช้ภาษาได้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้หากฝึกสื่อสารกับเจ้าของภาษาหรือสถาบันสอนภาษาจีนสำหรับเด็กเล็กที่สอนโดยเจ้าของภาษาโดยตรง จะยิ่งทำให้มีตัวอย่างของสำเนียงที่ถูกต้องอีกด้วย
การฝึกอ่านพินอินให้คล่อง
- เริ่มจากพยัญชนะต้นทีละกลุ่ม และแยกเสียงที่คล้ายกัน เช่น z-zh, j-q-x
- ทำความคุ้นเคยกับสระเดี่ยวให้ชัด แล้วค่อยผสมเสียงง่ายๆ เช่น ma, ba, da
- เรียนรู้วรรณยุกต์พร้อมใช้ท่าทางมือช่วยจำระดับเสียง
- ให้เด็กฟังแล้วพูดตาม อ่านคำสั้นๆ ที่ใช้บ่อยทุกวัน
- จัดกิจกรรมเป็นเกม เพื่อให้สนุกและไม่เบื่อ
- ใช้เวลาสั้นๆ วันละ 10-15 นาที ทำต่อเนื่อง และให้กำลังใจลูกอยู่เสมอ
สรุป
พินอิน (Pinyin) คือระบบถอดเสียงภาษาจีนกลางด้วยตัวอักษรโรมัน ประกอบด้วยพยัญชนะต้น (声母) สระหรือส่วนท้าย (韵母) และวรรณยุกต์ 4 เสียง การอ่านต้องผสมพยัญชนะกับสระให้ถูกต้องก่อน แล้วจึงใส่วรรณยุกต์ ซึ่งมีผลต่อความหมายของคำอย่างมาก พินอินช่วยในการออกเสียง การพิมพ์ภาษาจีน และการเรียนคำศัพท์ใหม่ แนวทางการเรียนรู้ภาษาอย่างเป็นระบบ เช่นเดียวกับ Speak Up เป็นสถาบันสอนภาษาจีนและอังกฤษที่มีการเตรียมความพร้อมก่อนเข้าเรียนอนุบาล และมีหลักสูตรรองรับเด็กตั้งแต่อายุ 2.5 ถึง 12 ปี ช่วยวางพื้นฐานทางภาษาให้แข็งแรงตั้งแต่ช่วงวัยต้นๆ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับพินอิน (FAQ)
เด็กควรเริ่มเรียนพินอินตั้งแต่อายุเท่าไร
โดยทั่วไปเริ่มได้ตั้งแต่อายุประมาณ 4-6 ปี เมื่อเด็กเริ่มแยกเสียงและเลียนเสียงได้ดี หากอายุน้อยกว่านี้สามารถเริ่มจากการฟังและพูดเป็นคำสั้นๆ ก่อน
เรียนพินอินก่อนตัวอักษรจีนได้ไหม
ได้ และเป็นวิธีที่แนะนำ เพราะพินอินช่วยให้เด็กออกเสียงถูกต้องก่อน เมื่อพื้นฐานเสียงแม่นแล้ว การเรียนตัวอักษรจีนจะง่ายขึ้น
ถ้าไม่เรียนพินอิน จะเรียนภาษาจีนได้ไหม
เรียนได้ แต่จะออกเสียงได้ยากกว่า พินอินช่วยให้เข้าใจระบบเสียงและวรรณยุกต์ ทำให้สื่อสารได้ชัดเจนและพัฒนาได้เร็วขึ้น


