Key Takeaway
- ควรเริ่มสอนลูก 2 ภาษาตั้งแต่ยังเล็ก หรือทันทีที่เริ่มพูดได้ เพื่อให้ซึมซับภาษาได้ง่ายและเป็นธรรมชาติ
- เทคนิควิธีสอนลูก 2 ภาษา เช่น พูดกับลูกเป็นภาษาที่สองทุกวัน เปิดนิทานหรือเพลงภาษาอังกฤษ ใช้ป้ายคำศัพท์ติดตามสิ่งของ เล่นเกมหรือทำกิจกรรมสนุกโดยใช้ภาษาที่สองเป็นสื่อ
- สิ่งที่ควรปรับเพื่อสอนลูก 2 ภาษา ได้แก่ จัดสภาพแวดล้อมให้มีภาษาที่สอง กำหนดคนในบ้านให้ใช้ภาษาที่ต่างกันกับลูก ปรับวิธีสอนให้เหมาะกับวัย และหลีกเลี่ยงการสอนแบบกดดัน
เพื่อให้ลูกน้อยพูดได้สองภาษาและซึมซับภาษาจีนได้อย่างรวดเร็ว คุณพ่อคุณแม่สามารถสอนลูก 2 ภาษา โดยเริ่มต้นส่งเสริมได้ง่ายๆ ตั้งแต่ที่บ้าน ด้วยการเปลี่ยนการท่องจำเป็นการสร้างภาพจำและประสบการณ์จริงผ่านกิจกรรมที่สนุกและเหมาะกับวัย เช่น การเล่นเกม ซึ่งไม่เพียงช่วยพัฒนาทักษะทางภาษาอย่างเป็นธรรมชาติ แต่ยังสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ที่อบอุ่นและใกล้ชิดในครอบครัวอีกด้วย

ฝึกสอนลูก 2 ภาษา เริ่มได้ตั้งแต่ตอนไหน?
งานวิจัยพบว่าทารกเริ่มเรียนรู้เสียงของภาษาได้ตั้งแต่อยู่ในครรภ์ โดยเสียงของแม่เป็นหนึ่งในเสียงที่เด่นชัดที่สุดที่ทารกได้ยิน เมื่อคลอดออกมา ทารกไม่เพียงแยกความแตกต่างระหว่างภาษาของแม่กับภาษาอื่นได้ แต่ยังสามารถแยกความแตกต่างระหว่างภาษาต่างๆ ได้ด้วย ทารกสามารถเรียนรู้ภาษาใดก็ได้ที่เขาได้ยินเป็นประจำ และจะค่อยๆ เรียนรู้ว่าเสียงใดพบเจอบ่อยที่สุด
ช่วงอายุ 6-12 เดือน ทารกที่เติบโตในครอบครัวที่ใช้ภาษาเดียวจะเริ่มเชี่ยวชาญในภาษาแม่นั้นเป็นพิเศษ แต่เมื่อลูกมีอายุครบ 1 ขวบ หากได้รับฟังเพียงภาษาเดียว เด็กจะเริ่มสูญเสียความสามารถในการแยกเสียงของภาษาต่างประเทศได้ ดังนั้นหากต้องการสอนลูก 2 ภาษา ควรเริ่มต้นตั้งแต่เนิ่นๆ โดยการให้ลูกได้ยินและใช้ทั้งสองภาษาสม่ำเสมอ จะช่วยวางรากฐานที่แข็งแรงให้กับทักษะภาษาทั้งสองในระยะยาว

9 เทคนิควิธีสอนลูก 2 ภาษาในชีวิตประจำวัน
ก่อนที่ลูกจะสามารถพูดได้สองภาษาอย่างคล่องแคล่ว การเรียนรู้ต้องเริ่มจากสิ่งเล็กๆ รอบตัวในชีวิตประจำวัน การเลี้ยงลูก 2 ภาษาไม่จำเป็นต้องซับซ้อนเสมอไป มาดูเทคนิคและวิธีง่ายๆ ที่สามารถนำไปปรับใช้ เพื่อสอนลูกให้เรียนรู้สองภาษาได้อย่างเป็นธรรมชาติและเห็นผลในระยะยาว
1. หมั่นพูดภาษาอังกฤษกับลูก
การสอนลูก 2 ภาษาไม่จำเป็นต้องรอให้ถึงเวลาเรียนในห้องเรียนเท่านั้น คุณพ่อคุณแม่สามารถเริ่มฝึกให้ลูกพูดภาษาอังกฤษได้ง่ายๆ ที่บ้าน เริ่มจากการพูดคุยด้วยคำศัพท์ง่ายๆ ในชีวิตประจำวัน แม้ช่วงแรกลูกอาจยังฟังไม่เข้าใจ แต่เมื่อได้ยินบ่อยๆ ก็จะเริ่มคุ้นเคยและเข้าใจมากขึ้นเรื่อยๆ
เมื่อลูกเริ่มจับความหมายได้แล้ว ค่อยๆ เพิ่มระดับจากคำศัพท์เป็นวลีหรือประโยค เพื่อให้ลูกซึมซับและเรียนรู้ภาษาอังกฤษควบคู่กับภาษาไทยได้อย่างเป็นธรรมชาติ

2. สอนอ่านภาษาอังกฤษเบื้องต้นจากสิ่งรอบตัว
ฝึกลูกพูด 2 ภาษาเริ่มได้จากคำง่ายๆ ใกล้ตัวที่ใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น ข้าวของเครื่องใช้ ชื่ออาหาร หรือคำกริยาอย่าง นั่ง ยืน กิน นอน อาบน้ำ แต่งตัว โดยใช้ภาษาที่สองอย่างสม่ำเสมอโดยไม่แปลเป็นไทย เมื่อได้ยินทุกวัน ลูกจะค่อยๆ จดจำและเข้าใจเอง จากนั้นจึงค่อยเพิ่มเป็นวลีหรือประโยคยาวขึ้นตามวัย ถือเป็นการเรียนรู้ร่วมกันระหว่างพ่อแม่และลูก และอย่าลืมใส่ใจเรื่องการออกเสียงให้ถูกต้องเพื่อวางรากฐานภาษาที่ดีตั้งแต่ต้น
3. สอนลูก 2 ภาษาผ่านเกม
เด็กเล็กมักมีช่วงความสนใจที่สั้นกว่าผู้ใหญ่ ซึ่งเป็นเรื่องปกติ การใช้เกมเป็นหนึ่งในวิธีสอนลูก 2 ภาษาที่ได้ผลดี โดยเฉพาะเกมที่สนุก เข้าใจง่าย และใช้ภาษาอังกฤษเป็นสื่อกลาง จะช่วยส่งเสริมทักษะการฟัง พูด และการเข้าสังคมไปพร้อมกัน ที่สำคัญเกมยังช่วยกระตุ้นให้เด็กสนใจและอยากเรียนรู้ภาษาอังกฤษมากขึ้น เมื่อลูกได้เล่นเกมที่ชอบและมีพ่อแม่ร่วมเล่นด้วย ยิ่งสร้างแรงจูงใจให้เขาอยากฝึกฝนภาษาอย่างต่อเนื่อง และเรียนรู้ได้อย่างเหมาะสมตามวัย

4. สร้างภาพจำและประสบการณ์จริงให้ลูก
การเรียนภาษาแค่ในห้องเรียนหรือผ่านสื่ออย่างเดียว อาจทำให้เด็กสองภาษารู้สึกเบื่อและจำกัดการพัฒนา คุณพ่อแม่จึงควรเปิดโอกาสให้ลูกได้ใช้ภาษาในสถานการณ์จริง เช่น เข้าค่ายภาษา หรือ Playgroup ที่มีครูและเด็กต่างชาติ เพื่อให้เล่นและใช้ภาษากับเพื่อนอย่างสนุกสนาน วิธีนี้ช่วยสร้างความรู้สึกบวกและกระตุ้นให้ลูกอยากใช้ภาษาจริงๆ
ส่วนการท่องจำไม่เหมาะกับเด็กทุกคน การให้เห็นภาพและลงมือทำจริง เช่น บอกว่า “Let’s wash the dishes!” แล้วทำกิจกรรมร่วมกัน จะช่วยให้เด็กเชื่อมโยงคำศัพท์กับการกระทำ และซึมซับภาษาได้อย่างเป็นธรรมชาติมากกว่า
5. อ่านนิทานภาษาอังกฤษให้ลูกฟัง
การเล่านิทานก่อนนอนทุกคืนไม่เพียงช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างพ่อแม่กับลูก แต่ยังเป็นวิธีสอนลูก 2 ภาษาอย่างได้ผล คุณพ่อคุณแม่สามารถใช้เวลาสั้นๆ เล่านิทานภาษาอังกฤษสั้นๆ ให้ลูกได้ฟังเป็นประจำ เพื่อให้ลูกคุ้นเคยกับภาษาและกระตุ้นให้ฝึกพูดคำศัพท์ง่ายๆ ที่ได้ยินบ่อย กิจกรรมนี้ช่วยพัฒนาทักษะการฟังและการพูด พร้อมเสริมจินตนาการให้ลูกไปพร้อมกันอย่างเป็นธรรมชาติ

6. เปิดเพลงภาษาอังกฤษ สร้างบรรยากาศแห่งการเรียนรู้
หนึ่งในวิธีสอนลูก 2 ภาษาให้ได้ผลคือการใช้ภาษาในชีวิตประจำวัน การฟังบ่อยๆ จะช่วยให้สมองคุ้นเคยและเรียนรู้ภาษาได้ง่ายขึ้น คุณพ่อคุณแม่สามารถเปิดเพลงภาษาอังกฤษสนุกๆ ให้ลูกฟังและร้องคลอตาม รวมถึงฝึกพูดและออกเสียงตามเนื้อเพลงด้วย การฟังเพลงเป็นประจำช่วยให้ลูกคุ้นเคยกับภาษาอังกฤษ สร้างพื้นฐานที่แข็งแรงสำหรับการเรียนรู้ภาษาในอนาคต
7. ให้ลูกดูการ์ตูนหรือหนังภาษาอังกฤษ
เพื่อสอนลูก 2 ภาษาให้พูดและฟังภาษาอังกฤษเก่ง ควรเปลี่ยนสภาพแวดล้อมรอบตัวให้คุ้นเคยกับภาษาอังกฤษก่อน เช่น เปิดพากย์ภาษาอังกฤษเวลาลูกดูหนังหรือการ์ตูน วิธีนี้ช่วยให้ลูกคุ้นเคยกับเสียงภาษาอังกฤษ พร้อมทั้งได้เรียนรู้คำศัพท์และประโยคที่นำไปใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน

8. ช่วยลูกทบทวน ฝึกลูก 2 ภาษา
เด็กสมัยนี้ต้องท่องศัพท์ภาษาอังกฤษจำนวนมากต่อสัปดาห์ แต่มีเด็กเพียงไม่กี่คนที่จำและใช้คำศัพท์ได้จริง เพื่อช่วยสอนลูก 2 ภาษาให้มีประสิทธิภาพ คุณพ่อคุณแม่ควรทบทวนสิ่งที่ลูกเรียนมาเป็นประจำ โดยอาจทำเป็นเกมถามตอบคำศัพท์ หรือให้ลูกลองเขียนประโยคในรูปแบบต่างๆ เพื่อฝึกไวยากรณ์ภาษาอังกฤษ(Grammar) ไปพร้อมกัน ช่วยเสริมความเข้าใจและพัฒนาทักษะภาษาของลูกได้ดีขึ้น
9. ตั้งเวลาเพื่อสอนลูก 2 ภาษาในทุกวัน
การบีบบังคับหรือสอนภาษาอังกฤษลูก 2 ขวบมากเกินไปมักไม่เกิดผลดี เพราะอาจทำให้ลูกเบื่อและไม่ชอบภาษาอังกฤษ คุณพ่อคุณแม่ควรกำหนดเวลาฝึกพูดภาษาอังกฤษอย่างเหมาะสม เช่น วันละ 5-10 นาทีสำหรับเด็กเล็ก และค่อยๆ ขยายเวลาผ่านกิจกรรมที่ลูกสนใจโดยใช้ภาษาอังกฤษเป็นสื่อกลาง เช่น การเล่นเกมหรือเล่านิทาน เพื่อให้ลูกเรียนรู้แบบสนุกสนานและเป็นธรรมชาติ

สิ่งที่ควรปรับเพื่อสอนลูก 2 ภาษาให้ได้ผล
การเลี้ยงลูก 2 ภาษาไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ไม่เกินความสามารถของคุณพ่อคุณแม่ นอกจากความสม่ำเสมอแล้ว ยังมีสิ่งที่ควรปรับและเพิ่มเติมเพื่อช่วยกระตุ้นการสอนลูก 2 ภาษาให้ได้ผลดีที่สุดเท่าที่พ่อแม่ผู้ปกครองจะทำได้ ลองมาดูกันว่ามีอะไรบ้าง
จัดเตรียมสภาพแวดล้อมในบ้านให้พร้อม
การจัดเตรียมสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเป็นเด็กสองภาษาก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน โดยอาจเริ่มจากสิ่งเล็กๆ เช่น หาเพลง หนังสือ หรือการ์ตูนที่เหมาะกับวัยของลูกไว้ในบ้าน รวมถึงทำป้ายคำศัพท์ติดกับสิ่งของต่างๆ เพื่อช่วยให้ลูกจดจำคำศัพท์และเชื่อมโยงกับสิ่งรอบตัวได้ง่ายขึ้น
ไม่ควรรีบร้อนกับลูกจนเกินไป
แม้เด็กเล็กจะเหมาะกับการเริ่มฝึกให้เป็นเด็กสองภาษาเร็ว แต่ต้องไม่ลืมว่าเด็กยังต้องการการพัฒนาด้านอื่นๆ และเวลาพักผ่อนที่เพียงพอด้วย ดังนั้นควรบริหารชีวิตให้ลูกมีความสมดุลในทุกด้านโดยไม่กดดันเกินไป พ่อแม่ควรตั้งความคาดหวังอย่างสมเหตุสมผล ไม่เปรียบเทียบลูกกับคนอื่น หมั่นสังเกตว่าอะไรทำให้ลูกสนใจการเรียนภาษาและอะไรช่วยกระตุ้นพัฒนาการด้านนี้ได้ดี แล้วคอยสนับสนุนอยู่เคียงข้าง เพื่อให้ลูกเติบโตเป็นเด็กสองภาษาที่มีประสิทธิภาพและมีความสุขไปพร้อมกัน
วางแพลนเพื่อพัฒนาทักษะทางภาษาให้ลูก
เหตุผลหนึ่งที่ทำให้การเรียนในโรงเรียนแบบ Bilingual พัฒนาทักษะภาษาอังกฤษของเด็กได้ดี ไม่ใช่เพราะครูเก่งอย่างเดียว แต่เพราะมีการวางแผนพัฒนาการสอนที่เหมาะสมกับแต่ละช่วงวัยอยู่เสมอ ดังนั้นเมื่อตั้งคำถามว่า “เริ่มสอนภาษาอังกฤษลูกตอนไหน” สิ่งสำคัญคือไม่ควรสอนแบบไร้ทิศทาง
ควรวางแผนพัฒนาและปรับระดับการเรียนรู้ให้เหมาะสมกับวัย เพราะการเปิดทีวีภาษาอังกฤษโดยไม่โต้ตอบไม่ช่วยให้เด็กเข้าใจ การเรียนรู้ที่ได้ผลคือการให้ลูกใช้ภาษาอังกฤษสนทนาและโต้ตอบจริงกับคนรอบตัว ทำให้พัฒนาภาษาได้เร็วและมีประสิทธิภาพกว่า
กำหนดภาษาพูดให้แต่ละคนในบ้าน
ไม่ว่าจะในบ้านมีพื้นฐานภาษาต่างกัน เช่น พ่อแม่คนใดคนหนึ่งเป็นคนไทย อีกฝ่ายเป็นชาวต่างชาติ หรือใช้ภาษาเดียวกัน หากต้องการสอนลูก 2 ภาษา ควรกำหนดให้ชัดเจนว่าใครจะพูดภาษาอะไรกับลูก เช่น หากครอบครัวใช้ภาษาไทยเป็นหลัก อาจกำหนดให้เวลาคุยพร้อมหน้าต้องใช้ภาษาอังกฤษกับลูก เพื่อฝึกให้ลูกพูดภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่สองได้อย่างง่ายและเป็นธรรมชาติจากคนใกล้ตัว
สรุป
การสอนลูก 2 ภาษาเริ่มได้ตั้งแต่เด็กเล็ก โดยควรสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ภาษา ทั้งผ่านการพูดคุยในชีวิตประจำวัน การเล่นเกม กิจกรรมต่างๆ และการเล่านิทานก่อนนอน เพื่อกระตุ้นทักษะฟัง พูด และความเข้าใจภาษาที่สองอย่างเป็นธรรมชาติ พ่อแม่ควรวางแผนการสอนให้เหมาะสมกับวัย ปรับระดับความยากง่าย และเน้นการใช้ภาษาจริงผ่านการโต้ตอบกับคนรอบข้าง รวมถึงหลีกเลี่ยงการบีบบังคับหรือท่องจำอย่างเดียว เพราะอาจทำให้เด็กเบื่อ ควรสังเกตและสนับสนุนพัฒนาการตามความสนใจของลูกอย่างสมดุล เพื่อให้เติบโตเป็นเด็กสองภาษาที่มีทักษะและความมั่นใจ
สำหรับพ่อแม่ผู้ปกครองที่ต้องการพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษให้ลูกมากขึ้น Speak Up มีหลักสูตรการเรียนการสอนทั้งทฤษฎีและปฏิบัติ สำหรับเด็กเล็กตั้งแต่ 1.5 ถึง 12 ปี โดยใช้แนวทางการสอนแบบมอนเตสซอรี่ (Montessori) พร้อมทีมครูมืออาชีพที่มีประสบการณ์และเทคนิคเฉพาะด้านการสอนภาษาเด็กเล็กอย่างเหมาะสม
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสอนลูก 2 ภาษา (FAQ)
ตอบคำถามที่พ่อแม่ผู้ปกครองมักสงสัยเกี่ยวกับการเลี้ยงดูและสอนลูก 2 ภาษา เพื่อช่วยให้คุณพ่อคุณแม่สามารถสอนลูกได้อย่างมีประสิทธิภาพและเหมาะสมกับพัฒนาการของเด็ก
สอนลูก 2 ภาษา ลูกจะสับสนในการเรียนรู้จริงไหม
ลูกไม่สับสนถ้าสอนอย่างถูกวิธี เพราะเด็กมีความสามารถในการแยกภาษาได้ตั้งแต่แรกเกิด และจะเรียนรู้ทั้งสองภาษาไปพร้อมกันได้อย่างเป็นธรรมชาติ
ฝึกลูก 2 ภาษา ทำให้ลูกพูดช้าขึ้นจริงไหม
ฝึกลูก 2 ภาษาอาจทำให้พูดช้ากว่าเด็กพูดภาษาเดียว แต่ไม่ใช่เรื่องผิดปกติ และเด็กจะพัฒนาทักษะภาษาได้เต็มที่เมื่อเวลาผ่านไป
สอนลูก 2 ภาษา ควรเน้นภาษาไหนมากกว่ากัน
ควรเน้นภาษาหลักที่ใช้ในชีวิตประจำวันก่อน เพื่อให้ลูกสื่อสารได้คล่อง แล้วค่อยเสริมภาษาที่สองควบคู่กันอย่างสม่ำเสมอและเป็นธรรมชาติ



